“ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน ณ โรงเรียนบ้านเปล”

การนำเสนอผลงานวิชาการ : “แนวปฏิบัติที่ดี”
ชื่อผลงาน “ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน ณ โรงเรียนบ้านเปล”
ด้านที่นำเสนอ ด้านการศึกษา
ชื่อ- สกุล ผู้นำเสนอ นางสาวอรนุช ทองศรีเทพ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
โรงเรียน โรงเรียนบ้านเปล ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต ๑
โทรศัพท์ ๐๘-๑๐๙๙-๕๘๑๒ อีเมล์ noknoikang@hotmail.com

บทคัดย่อ

แนวปฏิบัติที่ดี ด้านการศึกษา เรื่อง “ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน” ณ โรงเรียนบ้านเปล เป็นผลจาก การที่โรงเรียนบ้านเปล ได้บริหารจัดการศึกษาแบบครอบครัว ตามรูปแบบ“BANPLAE FAMILY” ( ครอบครัวบ้านเปล ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีฐานะยากจน กำพร้าและด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาอย่าง มีคุณภาพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนให้สูงขึ้น และเพื่อช่วยเหลือดูแลนักเรียนหญิงและชาย ที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล ที่ถูกกระทำจากการถูกละเมิดทางเพศให้มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นทุกด้าน โดยทางโรงเรียนได้น้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามวัตถุประสงค์ที่ ๒ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนมาสู่การบริหารจัดการศึกษาแบบครอบครัวโดยเริ่มจากพ่อ แม่ ผู้ปกครองภายในบ้าน ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาภายในโรงเรียนทุกคน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษาร่วมกัน จนหลอมรวมกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน คือ “BANPLAE FAMILY” (ครอบครัวบ้านเปล) เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี เก่ง มีคุณภาพตามลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยม ๑๒ ประการ กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนหญิงและชาย จำนวน ๑๗ คน ที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปลที่ถูกกระทำจากการถูกละเมิดทางเพศ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น เครื่องมือที่ได้ตรวจสอบผลการดำเนินงาน เพื่อนำมาตีความ ได้แก่ (๑) การสังเกต (๒) การสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ (๓) อนุทิน และ (๔) คุณภาพชีวิตของนักเรียน
ผลการดำเนินงานการบริหารจัดการศึกษา ตามรูปแบบ“BANPLAE FAMILY”(ครอบครัวบ้านเปล)ที่ส่งผลต่อ เรื่อง “ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน” พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ของโรงเรียนบ้านเปล ซึ่งเป็นนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามทั้งหมด ที่อาศัยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล จำนวน ๓๓ คน เนื่องจากเป็นนักเรียนที่มีฐานะยากจน ด้อยโอกาสทางการศึกษาและเป็นเด็กกำพร้า บิดา มารดาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความอบอุ่นและไว้วางใจผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา เหมือนเป็นพ่อ แม่ ลูก ในครอบครัวเดียวกัน ทำให้นักเรียนกลุ่มหนึ่ง จำนวน ๑๗ คน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นภายในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล ที่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ดูแล ซึ่งเป็นผู้ชายเพียงคนเดียว คือ นายวันยะยาห์ มะนอ อายุ ๕๔ ปี ได้กระทำการละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล มาเป็นเวลานานเกือบ ๓๐ ปี ตั้งแต่เด็กอายุ ๒ ปีกว่าจนถึงเด็กที่มีอายุ ๑๓ ปี โดยจะกระทำต่อเด็ก เมื่อเด็กเกิดความไว้วางใจ เรียกตนเองว่า “พ่อ” นอกจากนั้นยังได้แสวงหาผลประโยชน์จากบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความศรัทธาในผู้ที่จิตเมตตาเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่เป็นเด็กมุสลิมอีกด้วย โดยมีผู้ที่มีจิตศรัทธาให้การสนับสนุนจำนวนมาก จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทางผู้บริหารสถานศึกษา คือ นางสาวนงนุช กั้งยอด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปล สามารถช่วยเหลือนักเรียน โดยได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือสหวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนที่ถูกกระทำและนักเรียนทั้งหมดที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์ที่จัดตั้งขึ้นโดยผิดกฎหมายได้รับการดูแลทั้งทางร่างกาย จิตใจ การจัด การศึกษา ส่งผลให้มีนักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากผลงานที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีจากการบริหารแบบครอบครัว ทำให้เกิด เรื่อง “ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน” ณ โรงเรียนบ้านเปล

ความสำคัญของ “แนวปฏิบัติที่ดี”
โรงเรียนบ้านเปล เป็นโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนจำนวน ๕๙ คน ในปีการศึกษา ๒๕๕๘ และนักเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้น ๗๙ คน ในปีการศึกษา ๒๕๕๙ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต ๑ เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภาวะเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบริบทสังคมเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ มีวิถีชีวิตแบบมุสลิม นักเรียนของโรงเรียนบ้านเปลทั้งหมดเป็นนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม นักเรียนส่วนใหญ่ จำนวน ๓๓ คน อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล เนื่องจากมีฐานะยากจน ด้อยโอกาสทางการศึกษา และส่วนหนึ่งบิดา มารดาเสียชีวิต จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น การบริหารจัดการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้น ทางโรงเรียนได้น้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามวัตถุประสงค์ที่ ๒ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน เป็นนโยบายสำคัญในการบริหารจัดการศึกษาลำดับแรก ทางผู้บริหารสถานศึกษา คือ นางสาวนงนุช กั้งยอด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปล จึงระดมความคิดจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมกันวิเคราะห์บริบทของโรงเรียน จนสามารถสร้างนวัตกรรมทางการบริหาร คือ การบริหารแบบครอบครัว ตามรูปแบบ“BANPLAE FAMILY”(ครอบครัวบ้านเปล) ดำเนินการโดยเริ่มจากพ่อ แม่ ผู้ปกครองภายในบ้าน ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาภายในโรงเรียนทุกคน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษาร่วมกัน จนหลอมรวมกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน คือ “BANPLAE FAMILY” (ครอบครัวบ้านเปล) เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี เก่ง มีคุณภาพตามลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยม ๑๒ ประการ
จากการบริหารตามรูปแบบ ดังกล่าว ทำให้ค้นพบปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย จำนวน ๑๗ คน ที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล เพราะนักเรียนเกิดความอบอุ่นและไว้วางใจผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา เหมือนเป็นพ่อ แม่ ลูก ในครอบครัวเดียวกัน นักเรียนจึงเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล และทางผู้บริหาร คณะครูได้สัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการและสังเกตเพิ่มเติม พบว่า พฤติกรรมของผู้ดูแล ซึ่งเป็นผู้ชายเพียงคนเดียว คือ นายวันยะยาห์ มะนอ อายุ ๕๔ ปี ได้กระทำการละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล มาเป็นเวลานานเกือบ ๓๐ ปี ตั้งแต่เด็กอายุ ๒ ปีกว่าจนถึงเด็กที่มีอายุ ๑๓ ปี โดยจะกระทำต่อเด็ก เมื่อเด็กเกิดความไว้วางใจ เรียกตนเองว่า “พ่อ” นอกจากนั้นยังได้แสวงหาผลประโยชน์จากบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความศรัทธาในผู้ที่จิตเมตตาเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่เป็นเด็กมุสลิมอีกด้วย โดยมีผู้ที่มีจิตศรัทธาให้การช่วยเหลือและสนับสนุนจำนวนมาก และคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวกระทำการละเมิดทางเพศต่อเด็กที่เลี้ยงดู ได้มีกระแสว่า ผู้บริหารสถานศึกษาสร้างประเด็นเพื่อกลั่นแกล้งคนมุสลิม จากปัญหาดังกล่าวซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นมานานท่ามกลางความศรัทธาของชุมชนมุสลิม การดำเนินการต่าง ๆ ของผู้บริหารเพื่อช่วยเหลือนักเรียน จึงเกิดขึ้นท่ามกลางความเลี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต เพราะต้องต่อสู้กับความศรัทธาในตัวบุคคลที่นับถือและเชื่อถือมานานกว่า ๓๐ ปี แต่ด้วยความมีปณิธานตั้งมั่นในความดีที่คนดีพึ่งกระทำ ไม่ว่าจะเกิดใดๆ ขึ้นก็ตาม รวมทั้งความมีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้อุทิศตนเป็นผู้บริหารโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริฯ จึงทำให้ผู้บริหารสถานศึกษา ได้ดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นต่อไป ตามแนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง “ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน” ณ โรงเรียนบ้านเปล
45

จุดประสงค์
๑. เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามวัตถุประสงค์ที่ ๒ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน
๒. เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีฐานะยากจน กำพร้าและด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษา อย่างมีคุณภาพ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนให้สูงขึ้น
๓. เพื่อช่วยเหลือดูแลนักเรียนหญิงและชาย ที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล ที่ถูกกระทำจากการถูกละเมิดทางเพศให้มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นทุกด้าน

เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
๑. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ของโรงเรียนบ้านเปล จำนวน ๕๙ คน ปีการศึกษา ๒๕๕๘ มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น
๒. นักเรียนหญิงและชาย จำนวน ๑๗ คน ที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปลที่ถูกกระทำจากการถูกละเมิดทางเพศ
เชิงคุณภาพ
๑. นักเรียนที่มีฐานะยากจน กำพร้าและด้อยโอกาสให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา อย่างมีคุณภาพ และมีระดับคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น
๒. นักเรียนหญิงและชาย จำนวน ๑๗ คน ที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปลที่ถูกกระทำจากการถูกละเมิดทางเพศมีระดับคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นทุกด้าน

ขั้นตอนดำเนินงาน
การดำเนินการเพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษา อย่างมีคุณภาพ และมีระดับคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น ตามแนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง “ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน” ณ โรงเรียนบ้านเปล โรงเรียนได้ดำเนินการบริหารจัดการศึกษา คือ การบริหารแบบครอบครัว ตามรูปแบบ“BANPLAE FAMILY”(ครอบครัวบ้านเปล) ประกอบด้วยองค์ประกอบ ๓ ส่วน ดังนี้
๑. ด้านบ้าน ประกอบด้วย พ่อ แม่ ผู้ปกครอง
๑) เชื่อมั่น ศรัทธา ไว้วางใจโรงเรียน
๒) ดูแล เอาใจใส่บุตร-หลาน
๓) ประสานความร่วมมือกับโรงเรียน ชุมชน
๔) สนับสนุน ส่งเสริมการจัดการศึกษา เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นวิทยากรแหล่งเรียนรู้
๒. ด้านโรงเรียน ประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และบรรยากาศ
๑) ผู้บริหารเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
๒) ครูดี มีคุณภาพเพียงพอ
๓) สะอาด ร่มรื่น ปลอดภัย เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ให้บริการแก่ชุมชน และโรงเรียนอื่น ๆ
๔) เป็นโรงเรียนมีคุณภาพ
๓. ด้านชุมชน ด้านคณะกรรมการสถานศึกษา ภาคีเครือข่ายรัฐ/เอกชน
๑) ร่วมพัฒนา สนับสนุน ระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ เพื่อให้โรงเรียนมีคุณภาพ
๒) ชุมชนดูแล ความปลอดภัยและมีความสมานฉันท์
จากองค์ประกอบทั้ง ๓ ส่วน ผู้บริหารสถานศึกษาใช้หลักบริหารแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งส่วนของบ้าน โรงเรียนและชุมชน ๖ ด้าน คือ ด้านการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติงาน ร่วมติดตามตรวจสอบและประเมินผล และร่วมชื่นชม โดยทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม คุณภาพของงานเป็นการระเบิดจากภายในสู่ภายนอก คุณภาพของโรงเรียนต้องเกิดจากฝีมือของบุคลากรในโรงเรียน ร่วมกัน ดำเนินการให้ความรู้ ความเข้าใจต่อภาคีเครือข่ายในเรื่องของ แนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน สภาพความสำเร็จให้ ชุมชน ภาคีเครือข่ายเห็นความสำคัญ และสนับสนุน ส่งเสริม ประสานงาน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต ๑ ในการสนับสนุนโรงเรียนการระดมทรัพยากร และประสานหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และขยายผลสู่ชุมชน ดังนี้
๑) ด้านการร่วมระดมความคิด ผู้มีส่วนร่วมกิจกรรม คือ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร ครู ผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้พิจารณาลงนามอนุมัติแผนปฏิบัติการประจำปี หลักสูตรสถานศึกษา ผู้บริหารร่วมประสานงานกับชุมชน ครู เป็นผู้ให้ความรู้อบรมสั่งสอน
นักเรียนผู้ปกครองมีส่วนร่วมกิจกรรมทางด้านวิชาการ เป็นวิทยากรท้องถิ่น
๒) ด้านการร่วมวางแผนจัดการศึกษา การกำหนดแผนงาน/โครงการ /กิจกรรม/ การจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมของครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาผู้นำและสมาชิกเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ ผู้บริหารการศึกษารวมทั้งบุคลากรใน
สำนักงานเขตพื้นที่ และผู้นำชุมชนเพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
๓) ด้านการร่วมตัดสินใจ ร่วมพิจารณางบประมาณ ร่วมจัดหาทุนมาให้การสนับสนุนการเรียนการสอนร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาและงานประเพณีต่าง ๆ ให้การสนับสนุนเงินทุนและวัสดุอุปกรณ์การศึกษา
๔) ด้านการร่วมปฏิบัติงาน ให้ทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษามีส่วนร่วม ในงานด้านวิชาการด้านงบประมาณงานบริหารบุคคลและงานการบริหารทั่วไปโดยมีส่วนร่วมเกี่ยวกับร่วมแรงในการดำเนินงานร่วมใจหรือการสนับสนุนให้กำลังใจร่วมสนับสนุนทรัพยากรและร่วมบริหารงาน เช่น ระดมทรัพยากร จัดสรรทรัพยากร แก้ปัญหาและประสานงาน
๕) ด้านการร่วมติดตามตรวจสอบและประเมินผล ร่วมเป็นคณะกรรมการ ร่วมประเมินผลกิจกรรม/โครงการดำเนินงานของโรงเรียน ติดตามความก้าวหน้าความสำเร็จสรุปผลรายงานผลการดำเนินงานตามเป้าหมายและตัวชี้วัดของรูปแบบการบริหารแบบ “BANPLAE FAMILY” (ครอบครัวบ้านเปล)
๖) ด้านการร่วมชื่นชม มีส่วนร่วมในการระดมทรัพยากรในชุมชน จัดหาทุนมาพัฒนาชุมชนให้การสนับสนุนเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการศึกษา ๔ ฝ่าย ดังนี้
๑.ด้านวิชาการ ร่วมเสนอ พิจารณา ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่น สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน จัดหาอุปกรณ์การเรียน หนังสือเรียน สื่อการเรียนการสอน เทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการรเรียนรู้และการสื่อสารอย่างเพียงพอ สนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมด้านดนตรี กีฬา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีในท้องถิ่น จัดหาทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนยากจน พิการ และด้อยโอกาสตามความเหมาะสม จัดดสภาพแวดล้อม บรรยากาศการเรียนการสอนที่เหมาะสม เอื้อต่อการเรียนรู้ และ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยในการเรียนการสอน ตลอดจนการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ การจัด การศึกษาอย่างต่อเนื่อง และจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
๒. ด้านงบประมาณ ร่วมเสนอ พิจารณา ส่งเสริม สนับสนุน ในการจัดตั้งและรับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณของสถานศึกษาตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ฯลฯ ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศและ แนวปฏิบัติ เกี่ยวกับการบริหารการเงินและการจัดหารายได้จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ช่วยระดมทรัพยากรมาพัฒนาโรงเรียนในทุกด้านและช่วยตรวจสอบและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ ให้เป็นไปตามระเบียบตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ โดยจัดให้มีแผนในการระดมทรัพยากร เพื่อเอื้อประโยชน์แก่การจัดการศึกษาของโรงเรียน และมีแนวทางชัดเจนในการนำทรัพยากรที่ได้ไปพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม ศักยภาพผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
๓. ด้านการบริหารงานบุคคล ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา และสนับสนุนบุคลากรสำหรับให้บริการการศึกษาอย่างเพียงพอ
๔. ด้านการบริหารงานทั่วไป ร่วมเสนอ พิจารณา ส่งเสริม สนับสนุน จัดทานโยบาย แผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนของกระทรวง ศึกษาธิการ สานักงานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น ดำเนินการและกำกับ ติดตามและประเมินผลงานตามแผนงานโครงการของสถานศึกษา ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา รวมทั้งปกครองดูแลบำรุงรักษา ใช้ และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ฯลฯ ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ แนวปฏิบัติ ฯลฯ ในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ฯลฯ ส่งเสริมความเข้มแข็งในชุมชนและสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันอื่น ๆ ในชุมชนและท้องถิ่น ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาหรือตามที่ได้รับมอบหมายและตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ กำหนด
000
รูปแบบการบริหารแบบ “BANPLAE FAMILY”(ครอบครัวบ้านเปล) เกิดจาการมีส่วนร่วมขององค์ประกอบทั้ง ๓ ส่วน ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษาแบบครอบครัวเดียวกัน เพื่อบริหารจัดการศึกษาให้นักเรียนมีคุณภาพด้านต่าง ๆ ดังนี้
๑) ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
๒) ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะผู้เรียน
๓) ด้านคุณลักษณะตามค่านิยม ๑๒ ประการ
๔) ด้านการสร้างพื้นฐานทางอาชีพ และ มีรายได้ระหว่างเรียน
๕) ด้านความเป็นเลิศด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ และเทคโนโลยี

รูปภาพ1
รูปภาพ4

ผลการดำเนินงาน
ผลจากการบริหารแบบครอบครัว ตามรูปแบบ“BANPLAE FAMILY” (ครอบครัวบ้านเปล) ทำให้ค้นพบปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย จำนวน ๑๗ คน ที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล เพราะนักเรียนเกิดความอบอุ่นและไว้วางใจผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา เหมือนเป็นพ่อ แม่ ลูก ในครอบครัวเดียวกัน นักเรียนจึงเล่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสบ้านเปล และทางผู้บริหาร คณะครูได้สัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการและสังเกตเพิ่มเติม ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าซึ่งถูกผู้เลี้ยงดูแด็กทำการละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนของโรงเรียนบ้านเปล จำนวน ๑๗ คน จากปัญหาดังกล่าว ผู้บริหารสถานศึกษาเห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือนักเรียน โยได้ดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นต่อไป จนเกิดแนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง “ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน” ณ โรงเรียนบ้านเปล ดังนี้
๑.ผู้บริหารสถานศึกษา คือ นางสาวนงนุช กั้งยอด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปล แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต ๑ คือ นายอรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ประสานแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส คือ นายณัฐพงษ์ ศิริชนะ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหาแนวทางการช่วยเหลือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมสงเคราะห์จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรนราธิวาส เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว ( OSCC ) ให้การช่วยเหลือแต่ล่าช้า จนผู้ต้องหาพาเด็กนักเรียนทั้งหมดหนีไปอยู่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
๒.เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๗ นักเรียนจำนวน ๕ คน หนีออกมาได้และไปหาผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปลและคณะครูให้ช่วยเหลือ ผู้อำนวยการโรงเรียนแจ้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเด็กทั้งหมด ส่วนหนึ่งผู้ปกครองมารับกลับ แต่มีนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียน เพราะได้รับผลประโยชน์จากผู้ต้องอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นำลูกไปฝากเลี้ยงในสถานสงเคราะห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปลจึงต้องนำเด็กนักเรียนหญิงคนดังกล่าวไปฝากบ้านเพื่อนผู้บริหารที่นับถือศาสนาอิสลามเหมือนเด็กนักเรียนเพื่อให้การช่วยเหลือ และนอกจากผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือแล้วยังเข้าข้างผู้ต้องหาจะนำเด็กไปให้ผู้ต้องและให้วัยรุ่นตามเพื่อทำร้ายผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปล
๓.ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประสานทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว ( OSCC ) เข้าช่วยเหลือเด็กนักเรียนคนดังกล่าวในวันรุ่งขึ้นและนำเด็กไปตรวจหา DNA ของผู้ต้องหา และนำนักเรียนไปดูแลช่วยเหลือที่บ้านพักเด็กและครอบครัว แล้วนำไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจตันหยงเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุออกหมายจับ
๔.เมื่อออกหมายจับแล้วให้ผู้ต้องหาประกันตัว ผู้ต้องหาจึงสร้างประเด็นปล่อยข่าวในสังคมที่เป็นชุมชนมุสลิมว่าถูกผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปลกลั่นแกล้ง ทำให้เกิดประเด็นต่อต้านผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปลในสังคมที่ไม่ทราบความจริง เพราะผู้ต้องหามีคนศรัทธาจำนวนมาก เนื่องจากเปิดสถานสงเคราะห์และรับเลี้ยงเด็กมานานเป็นเวลา ๓๐ ปี แต่เป็นสถานสงเคราะห์ที่ผิดกฎหมาย
๕.เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปลตัดสินใจนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งมูลนิธิปวีณา เพื่อให้การช่วยเหลือ ซึ่งขณะนั้นท่านปวีณา หงส์สกุล ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงให้การช่วยเหลือร่วมกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างเร่งด่วน ส่งผลผู้ต้องหาถูกจับอีกครั้งโดยอัยการคัดค้านการประกันตัวให้ฝากขังจนคดีจะสิ้นสุดเป็นเวลาเกือบ ๑ ปี เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๘ ศาลตัดสินนายวันยะยาห์ มะนอ ผู้ต้องหาละเมิดทางเพศเด็กและเปิดสถานสงเคราะห์ที่ผิดกฎหมายจำคุกเป็นเวลา ๓๓ ปี กระแสสังคมมุสลิมที่มีความศรัทธาเริ่มลดลงและค่อยหายไปเมื่อเข้าใจเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น และให้การยอมรับพร้อมคำชื่นชมถึงการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิเด็กนักเรียนที่เป็นมุสลิมของนางสาวนงนุช กั้งยอด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปล เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่นั่นไม่สำคัญและยิ่งใหญ่เท่ากับเด็กนักเรียนส่วนหนึ่งได้กลับสู่อกของพ่อ แม่ ผู้ปกครองและส่วนหนึ่งที่พ่อแม่ยังไม่ยอมรับกับการกระทำของผู้ต้องการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสมอบหมายให้สถานสงเคราะห์เด็กชายนราธิวาส รับไปดูแลและประสานให้สถานสงเคราะห์เด็กหญิงจังหวัดปัตตานี รับเด็กผู้หญิงไปดูแลช่วยเหลือ ส่งผลให้ปัจจุบันเด็กนักเรียนที่ถูกละเมิดทางเพศทั้งหมดได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น มีโอกาสทางการศึกษาทีดี โดยเด็กผู้ชายทั้งหมดเลือกมาเรียนที่โรงเรียนบ้านเปล เพราะเด็กมีความประสงค์อยากเรียนที่โรงเรียนบ้านเปล เพราะเป็นโรงเรียนที่อบอุ่นให้ความรักแก่เด็กแบบครอบครัวเดียวกัน การบริหารจัดการศึกษา ตามรูปแบบ “BANPLAE FAMILY” (ครอบครัวบ้านเปล) และการดำเนินการช่วยเหลือเด็กนักเรียนทั้งหมดในครั้งนี้แม้ว่า ต้องต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ท่ามกลางความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นและใช้ระยะเวลาอันยาวนาน แต่ถือว่ามันคุ้มว่ายิ่งว่าใด ๆ เหมือนได้สร้างชีวิตใหม่แก่เด็กนักเรียนเหล่านี้ ได้เกิดใหม่ สมกับเรื่องที่โรงเรียนบ้านเปลเลือกเป็นแนวปฏิบัติที่ดี คือ เรื่อง “ชีวิตใหม่ที่ปลายด้ามขวาน” ณ โรงเรียนบ้านเปล

ปัจจัยความสำเร็จ
๑. การบริหารงานโรงเรียนบ้านเปล ซึ่งอยู่ท่ามกลางภาวะเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บริหารโรงเรียนมีความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมตามยุทธศาสตร์พระราชทาน “ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”
๒. การบริหารโรงเรียนเพื่อสร้างโอกาสต้องเกิดจาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีคุณภาพทางการศึกษาที่ดีและคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นทุกด้าน

การเผยแพร่
เผยแพร่ทางเวปไซด์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต ๑ www.nara1.org / เวปไซด์โรงเรียนบ้านเปล www.pssbanple.wix.com/pssbanlas/ Facebook โรงเรียนบ้านเปล pss.banple school@gmail.com

การได้รับการยอมรับ/และความภาคภูมิใจ
๑. รางวัลผู้บริหารดีเด่น ระดับประเทศ กลุ่มโรงเรียนพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จาก รองนายกรัฐมนตรี
121
๒. โล่พร้อมเงินรางวัล จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนขนาดเล็กที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ สุดยอด ระดับประเทศ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
21111
๓. รางวัลชนะเลิศ สถานศึกษาดีเด่นด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในกลุ่มที่ 3 สถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 321 คน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส ปีการศึกษา ๒๕๕๘
1
๔. โรงเรียนขนาดเล็กที่มีผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗
10
๕. โรงเรียนที่มีคะแนน NT เฉลี่ยด้านเหตุผล ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗
8
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
ปัญหา คือ การบริหารงานโรงเรียนบ้านเปล ซึ่งอยู่ท่ามกลางภาวะเหตุการณ์ ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบริหารจัดการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม และวิถีมุสลิม ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของสังคม

ข้อเสนอแนะ
ผู้บริหารโรงเรียนต้องมีความเข้าใจ เข้าถึง สร้างภาคีเครือข่ายในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การจัดกิจกรรมนวดแผนไทยโดยคำนึงถึง หลักการดำเนินชีวิตแบบวิถีมุสลิม

แนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง
ผู้บริหารโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต้องเป็นผู้ที่ยึดถืออุดมการณ์ที่มั่นคง มุ่งมั่นตั้งใจในการทำความดี มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งต่าง ๆ เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่แผ่นดินด้านการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องตลอดไปและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
1212

แสดง
Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus
Share On Linkedin
Share On Youtube
Contact us
ซ่อน

istanbul evden eve nakliyat evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat evden eve nakliyat nakliyat istanbul evden eve evden eve istanbul evden eve nakliyat ofis tasima evden eve nakliyat nakliye evden eve evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat depolama