โครงการปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าบ้านเกิด


บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง โครงการปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าบ้านเกิด
1.ความสำคัญของ “แนวปฏิบัติที่ดี”
โรงเรียนบ้านบ่อหยวก ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 2 เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าไม้และภูเขาสลับซับซ้อน มีแหล่งต้นกำเนิดแม่น้ำที่สำคัญคือแม่น้ำน่าน และแม่น้ำว้าซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางธรรมชาติ โรงเรียนบ้านบ่อหยวกได้ดำเนินการสอนตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยที่นักเรียนมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตบริการของโรงเรียนประกอบด้วย บ้านน้ำจูน บ้านห้วยป๋อ บ้านน้ำว้า บ้านน้ำแคะ บ้านห้วยขาบ บ้านบ่อหยวกกลาง บ้านบ่อหยวกใต้ และ บ้านสะเละ ครอบครัวของนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน บางส่วนอยู่ในครอบครัวที่แตกแยก พ่อแม่แยกทาง ทิ้งให้อยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย พอจบการศึกษาส่วนหนึ่งมีโอกาสในการศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น แต่ส่วนใหญ่เมื่อจบในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วจะประกอบอาชีพเพื่อช่วยเหลือครอบครัวในภูมิลำเนาของตนเอง
จากการระดมความคิดเกี่ยวกับปัญหาในชุมชน และลำดับความสำคัญของปัญหา ทำให้เห็นถึงปัญหาซึ่งเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้เป็นปัญหาที่สำคัญ เช่น การเกิดไฟป่า ป่าไม้ถูกทำลาย ปัญหาการบุกรุกป่า ปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าไม้ ไม่คุ้มค่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับเกิดการสูญเสียต่อระบบคุณภาพของระบบนิเวศ ส่งผลให้สภาพความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้ของบริเวณหมู่บ้านที่เป็นภูมิลำเนาของนักเรียน จากอดีตที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางธรรมชาติกลับกลายเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดการทำลายทรัพยากรป่าไม้มากกว่านี้ นักเรียนที่เป็นลูกหลานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จึงจะเป็นผู้นำการอนุรักษ์ และ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะป่าไม้และแม่น้ำให้คืนสู่สมดุลโดยเร็วที่สุด
ในปีการศึกษา 2559 โรงเรียนบ้านบ่อหยวก ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 โรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงมีการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียนโดยใช้หลักค่านิยม 12 ประการ หลักคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ หลักอริยสัจ 4 และหลักเศรษฐกิจพอเพียง สอดแทรกในกิจกรรมย่อยเพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับนักเรียน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนโดยศึกษาหาความรู้จากสภาพปัญหาที่เชื่อมโยงกับป่า แล้วหาวิธีในการแก้ปัญหาอย่างรู้คุณค่า จึงได้จัดทำโครงการ “ปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าบ้านเกิด” ในลักษณะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนมี 7 กิจกรรมย่อย โดยแต่ละกิจกรรมเป็นกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เชื่อมโยงกัน โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน และ คาบบำเพ็ญประโยชน์ของนักเรียนตลอดปีการศึกษา 2559 เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบให้กับนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติอันจะเป็นพลังสำคัญส่วนหนึ่งในการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงที่จะสร้างความเข้าใจ ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้กับชุมชนต่อไป

2.จุดประสงค์/เป้าหมายของการดำเนินงาน
วัตถุประสงค์
1.เพื่อปลูกจิตสำนึก ความรับผิดชอบและสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียน ในการเปลี่ยนทัศคติโดยคำนึงถึงทรัพยากรป่าไม้ให้สมดุล
2.เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้การอนุรักษ์ สภาพป่าที่ยังคงสมบูรณ์ ฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลายและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้อย่างคุ้มค่า ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน
3.เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักค่านิยม 12 ประการ หลักคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ หลักอริยสัจ 4 และหลักเศรษฐกิจพอเพียง
เป้าหมายโครงการ
เชิงปริมาณ คณะครูจำนวน 22 คนและนักเรียน จำนวน 315 คน
เชิงคุณภาพ
1.นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ในโรงเรียน ไปอนุรักษ์ป่าบ้านเกิดของตนเอง
2.เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักการอนุรักษ์ป่าไม้ ตามที่โรงเรียนได้ดำเนินการ
3.นักเรียนสามารถนำหลักค่านิยม 12 ประการ หลักคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการหลักอริยสัจ 4 และหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

3. กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
1.ประชุมคณะครู และตัวแทนนักเรียนแต่ละหมู่บ้านที่เรียนอยู่ภายโรงเรียนบ้านบ่อหยวก เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน
2.จัดทำโครงการและกำหนดทิศทางในการพัฒนา
3.แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานปัญหา และความต้องการ
4.ดำเนินงานตามโครงการ
5.การประเมินโครงการ
6.สรุปผล/ประเมินผล /รายงานผลการจัดกิจกรรม

วิธีดำเนินโครงการ
โครงการปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าบ้านเกิด มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างจิตสำนึก ในการอนุรักษ์โดยใช้กิจกรรมนอกห้องเรียน เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านบ่อหยวก เน้นการสร้างความเข้าใจ ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้กับชุมชนร่วมกัน โดยใช้หลักค่านิยม 12 ประการ หลักคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ(ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ) หลักธรรมอริยสัจ 4 และหลักเศรษฐกิจพอเพียง ฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลายและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้อย่างคุ้มค่า ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยนักเรียนใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน และคาบบำเพ็ญประโยชน์ ตลอดปีการศึกษา 2559 นักเรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมมาปรับใช้ในชุมชนบ้านเกิดของนักเรียน ซึ่งมีกิจกรรมที่ดำเนินการดังนี้
1.กิจกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา “รักษ์ป่าน่าน” เป็นหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงประโยชน์และความสำคัญของทรัพยากร ดิน ต้นไม้ ป่าไม้ และนักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ การเจริญเติบของต้นไม้ วิธีการการดูแลรักษาป่าไม้ ระบบนิเวศป่าไม้ และการสำรวจทัพยากรป่าไม้ในท้องถิ่นชุมชนชองตนเอง หลักสูตรสถานศึกษา รักษ์ป่าน่าน” เน้นการเรียนการสอน เพื่อการสร้างความตระหนัก และปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบให้กับนักเรียน ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ตั้งแต่ วัยเยาว์
2. กิจกรรม “หนูน้อยรักษ์ป่า” เป็นกิจกรรมที่คณะครูได้หากิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยเริ่มต้นจากทางโรงเรียนเชิญวิทยากรจากกรมป่าไม้ให้ความรู้เกี่ยวกับชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และประโยชน์ของพันธุ์ไม้นั้นๆ จากนั้น คณะครูพานักเรียน ออกสำรวจบริเวณป่าไม้ที่ถูกทำลายพร้อมแบ่งเขตรับผิดชอบ แล้วเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่บริเวณนั้นโดยขอความอนุเคราะห์พันธุ์ไม้จากกรมป่าไม้ นักเรียนและผู้ปกครองลงมือปลูกต้นไม้ โดยนักเรียนทำบันทึกการเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยการสังเกตขนาด ความสูง จำนวนใบ และบันทึกผลเดือนละครั้ง โดยให้นักเรียนรับผิดชอบต้นไม้ที่นักเรียนปลูก พร้อมดูแลรักษา แล้วส่งต่อให้กับรุ่นน้องเมื่อจบการศึกษา
3. กิจกรรม “หนูน้อยต้านไฟป่า” จากสภาพปัญหา คณะครูจึงร่วมกับนักเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาป่าไม้ถูกทำลายจากไฟป่า โดยให้นักเรียนศึกษาความหมายของ การทำแนวกันไฟ ว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในการควบคุมไฟป่าที่มุ่งเน้นเรื่องการลุกลามของไฟ นักเรียนลงมือปฏิบัติทำแนวกันไฟในพื้นที่ป่าของโรงเรียน แล้วนักเรียนสามารถ นำไปทำที่ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้น นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการแก้ปัญหาไฟป่า
4.กิจกรรม “สืบชะตาป่าบ้านเกิด” สืบเนื่องจากปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และปัญหาการบุกรุกป่าทำที่ทำกิน คณะครูได้หากิจกรรมที่ปลูกฝังจิตสำนึก โดยอาศัยความเชื่อทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษาป่า ซึ่งขั้นตอนและวิธีการบวชต้นไม้ นิยมทำกันเหมือนงานบุญทั่วไป โดยทางโรงเรียนเชิญชวนชุมชนให้มีส่วนร่วมในการทำพิธี เริ่มโดยใช้สายสิญจน์ล้อมอาณาบริเวณที่จะบวชต้นไม้ แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลต่อนักเรียน ชาวบ้าน คณะครู และต้นไม้ที่จะทำพิธีการบวช สามารถบวชได้ตั้งแต่ต้นไม้ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ แต่ส่วนมากจะเน้นต้นไม้ที่ขนาดใหญ่ มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งต้นไม้ในป่าที่ผ่านการรุกทำลาย เพราะจะสามารถฟื้นคืนสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ถ้าไม่ถูกรบกวนอีกซึ่งกิจกรรมการบวชป่านี้ สามารถสร้างความเชื่อให้กับนักเรียนและชุมชนว่า ผืนป่าที่ผ่านพิธีบวช เป็นเสมือนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจเข้าไปทำลายได้ ทำให้ต้นไม้มีโอกาสคืนความชุ่มชื้นแก่ผืนดินได้เต็มที่ และสายน้ำลำธารที่เกิดจากป่าต้นน้ำดังกล่าว ก็จะฟื้นคืนชีวิตอีกครั้งหนึ่ง กิจกรรมการบวชป่า ที่โรงเรียนจัดขึ้นโดยร่วมกับชุมชน ส่งผลให้นักเรียนและชุมชนช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติไว้ให้กับลูกหลาน เป็นการเรียกร้องสิทธิ์ของชุมชน ในการดูแลรักษาป่าและแหล่งต้นน้ำลำธารเองด้วย กิจกรรมพิธีบวชป่าจึงเป็นความปรารถนาที่ดี ส่งต่อไปสู่คนรุ่นหลัง ท่ามกลางตอไม้นับพัน นับหมื่น ในอดีตผืนป่าของหมู่บ้าน เพื่อเป็นป่าที่สมบูรณ์ในอนาคตต่อไป นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมพิธีบวชป่า เกิดจิตสำนึก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่เหลืออยู่และเกิดความภาคภูมิใจในการแก้ปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และปัญหาการบุกรุกป่าทำที่ทำกิน จนสามารถสรุปข้อดีของพิธีการบวชป่า เป็นแผนผังสรุปความคิด(mind mapping) ได้
5.กิจกรรม “หมอต้นไม้” เป็นกิจกรรมที่คณะครูได้หากิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยส่งเสริมนักเรียนให้ มีความรู้ ทักษะเบื้องต้น ปลูกจิตสำนึก เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมหมอต้นไม้ เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโรงเรียน ชุมชุน แบบมีส่วนร่วม กิจกรรมเป็น การตรวจสุขภาพ หรือสำรวจบาดแผลต้นไม้ดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่รอบโรงเรียน
6.กิจกรรม “แปลงสาธิตวนเกษตร”สืบเนื่องจากปัญหาการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม่คุ้มค่า กิจกรรมที่จะทำให้นักเรียนได้เห็นถึงประโยชน์ของพื้นที่ป่าอย่างคุ้มค่า โดยครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เรื่องวนเกษตรว่าเป็นเกษตรกรรมที่นำเอาหลักการความยั่งยืนถาวรของระบบป่าธรรมชาติ มาเป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้ความสำคัญเป็นอย่างสูงกับการปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผลและไม้ใช้สอยต่างๆ ให้เป็นองค์ประกอบหลักของไร่นา ผสมผสานกับการปลูกพืชชั้นล่าง ไม่ต้องการแสงแดดมาก หรือได้อาศัยร่มเงา และความชื้นจากการมีพื้นที่ชั้นบน ปกคลุม รวมทั้งการจัดองค์ประกอบผลิตทางการเกษตร ให้มีความหลากหลายของชีวิตพืชและสัตว์ ซึ่งหลักการของระบบวนเกษตร หมายถึงการทำเกษตร ในพื้นที่ป่า เช่นการปลูกพืชเกษตรแซมในพื้นที่ป่าธรรมชาติ การนำสัตว์ไปเลี้ยงในป่า การเก็บผลผลิตจากป่ามาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการใช้พื้นที่ป่าทำการเพาะปลูกในบางช่วงเวลา สลับกับการปล่อยให้ฟื้นคืนสภาพ กลับไปเป็นป่า รวมถึงการสร้างระบบเกษตรให้มีลักษณะเรียนแบบ ระบบนิเวศน์ ป่าธรรมขาติ คือ มีไม้ยืนต้นหนาแน่นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ระบบมีร่มไม้ปกคลุม และมีความชุ่มชื่นสูง บางพื้นที่มีชื่อเรียกเฉพาะ ตามลักษณะของระบบนั้น ๆ การเกษตรรูปแบบนี้ส่วนใหญ่ พบในชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดพื้นที่ป่าธรรมชาติ เกษตรกรจะทำการผลิตโดยไม่กระทบ ต่อพื้นที่ป่าเดิม
ดังนั้นทางคณะครูจึงใช้กิจกรรมจัดทำแปลงสาธิตวนเกษตร เพื่อสาธิตการปลูกพืชเศรษฐกิจ แซมในพืชป่าของโรงเรียน พืชเศรษฐกิจที่เลือกให้นักเรียนปลูกคือ ต้นกาแฟและไผ่ตง โดยปีการศึกษา 2556 ทางโรงเรียนบ้านบ่อหยวกได้ปลูกกาแฟแทรกบริเวณป่าไม้ หน้าและหลังอาคารพระราชทาน จำนวน 2 ไร่ ส่วนไผ่ตงปลูกตามแนวรั้วโรงเรียนเป็นระยะทางทั้งหมด ประมาณ 1 กิโลเมตร ปีการศึกษา 2557 ทางโรงเรียนให้นักเรียนปลูกหวายและปีการศึกษา 2558 -ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนได้การปลูกกาแฟและหวายเต็มพื้นที่ป่ารอบโรงเรียน
7. กิจกรรม “หญ้าแฝกจอมพลัง” สืบเนื่องจาก โรงเรียนบ้านบ่อหยวก มีบริเวณที่มีแนวโน้มที่จะเกิดการเคลื่อนตัวของดิน การชะล้าง และการพังทลายของดินได้สูง เพื่อเป็นการป้องกันการพังทลายของดิน โรงเรียนบ้านบ่อหยวก และส่งเสริมให้นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในอนุรักษ์ทรัพยากรดิน ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม โดยโรงเรียนได้น้อมนำแนวพระราชกดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการนำ”หญ้าแฝก”มาใช้ในการอนุรักษ์ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น เนื่องจาก “หญ้าแฝก” พืชมหัศจรรย์ ใช้ในการอนุรักษ์ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น หญ้าแฝก เป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ รากหญ้าแฝกลึกและยาวสาน กันเป็นกำแพงธรรมชาติ อันแข็งแกร่ง แผ่กระจายลงไปในดินตรงๆ ช่วยกรองตะกอน ลดความแรงของน้ำที่ไหลบ่า รักษาหน้าดิน และง่ายต่อการดูแลรักษา

4. ผลที่เกิดจากการดำเนินงาน
ด้านปริมาณ
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโรงเรียนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ร่วมคิดวางแผน ปฏิบัติ กำกับติดตาม ตรวจสอบประเมินผลและร่วมชื่นชมความสำเร็จ นักเรียนทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ป่าบ้านเกิด
ด้านคุณภาพ
โครงงานคุณธรรม “ปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าบ้านเกิด” ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน 7 กิจกรรม สำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงและเรียนรู้หลักค่านิยม 12 ประการ หลักคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ หลักอริยสัจ 4 และหลักเศรษฐกิจพอเพียง นักเรียนได้เรียนรู้การอนุรักษ์ สภาพป่าที่ยังคงสมบูรณ์ ฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลายและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้อย่างคุ้มค่า รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมมาปรับใช้ในชุมชนบ้านเกิดของนักเรียน นักเรียนมีความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติโดยคำนึงถึงทรัพยากรป่าไม้ให้สมดุลและมีจิตสำนึก ความรับผิดชอบ และจากการดำเนินโครงการโรงเรียนส่งผลให้ โรงเรียนมีสภาพแวดล้อม และภูมิทัศน์สวยงาม แวดล้อมด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์

5.ประโยชน์ที่ได้รับจากการเผยแพร่

1.เฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถวายรายงานการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์ป่า พัฒนาบ้านเกิด เนื่องในโอกาส เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานการประชุมสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน”ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการเครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดน่าน วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2557
2.เฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถวายรายงานจัดนิทรรศการการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์ป่า พัฒนาบ้านเกิด การประชุมสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน”ครั้งที่ 2 ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดน่าน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558
3.โรงเรียนได้รับการประเมินโครงการ “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งโครงการเด่น” กิจกรรมโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ระดับดีมาก จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2
4.เป็นการสร้างจิตสำนึก นักเรียน ชุมชน ในการอนุรักษ์ป่าบ้านเกิดของตนเอง
5.นักเรียนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าและรู้แนวทาง วิธีปฏิบัติในการดูแลรักษา ป่าไม้ เห็นคุณค่า ประโยชน์ ในการอนุรักษ์ป่าบ้านเกิดของตนเอง และรู้จักใช้ทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ ที่มีอยู่อย่างเห็นคุณค่า

ุ6. ปัจจัยความสำเร็จ
1. ผู้บริหารเป็นแบบอย่าง เป็นแกนนำ ประสานงาน ให้การสนับสนุนด้านขวัญ กำลังใจ งบประมาณ วิธีการ กระบวนการจัดการความรู้ ดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงาน
2. การมีส่วนร่วม ของคณะครู นักเรียน และชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือและหน่วยงานที่เกี่บวข้อง

7. ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
ปัญหาและอุปสรรค
โรงเรียนมีเขตพื้นที่ บริการ 8 หมู่บ้าน พื้นที่ห่างไกลกัน การเดินทางค่อนข้างยากลำบาก การติดต่อประสานงาน การเผยแพร่ข้อมูลไปยังชุมชนยังไม่ครอบคลุม อีกทั้งครูผู้สอนส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่จึงต้องศึกษาข้อมูลทำความเข้าใจชุมชน ให้มากขึ้นเพราะมีความแตกต่างทางด้านภาษาและวัฒนธรรม
ข้อเสนอแนะ
การจัดการเรียนรู้การดำเนินกิจกรรม ต้องมีการลงมือปฏิบัติจริง การปลูกต้นไม้ การอนุรักษ์ ต้องใช้เวลาและมีการติดตาม ดำเนินการอย่่างต่อเนื่อง

8. แนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง
โรงเรียนมีแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์ป่าบ้านเกิด ให้้ครอบคลุมนักเรียน และมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้ต่อเนื่องทุกปีการศึกษา เพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมให้มากขึ้น เพื่อให้นักเรียน ตระหนักและเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

9.เอกสารอ้างอิง
กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ (2551). การถอดบทเรียนกระบวนการสื่อสารของกลุ่มเยาวชนในจิตสำนึกสาธารณะ.รายงานผลการวิจัยโครงการวิจัยชุด “การสื่อสาร
จิตสำนึกสาธารณะ”.กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2553) .รายงานการวิจัย การสังเคราะห์รูปแบบ กระบวนการ และเทคนิควิธีในการจัด
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ของประเทศไทย .
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน , กระทรวงศึกษาธิการ.(2553).แนวทางการนำจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนสู่การปฏิบัติ.กรุงเทพมหานคร :โรง
พิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต),กรมวิชาการ.คนไทยกับป่า(2543 )ป่าไม้ การอนุรักษ์ป่าไม้ การปลูกป่า การทำป่าไม้. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุ
สภาลาดพร้าว.

รูปภาพผลการดำเนินงาน
1.การเผยแพร่ผลงาน
ถวายรายงาน โครงการอนุรักษ์ป่า พัฒนาบ้านเกิด ในการประชุมสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน”ครั้งที่ 2 ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดน่าน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

2.รูปภาพผลการดำเนินโครงการ“ปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าบ้านเกิด”
กิจกรรม การจัดทำหลักสูตรรักษ์ป่าน่าน

กิจกรรม “หนูน้อยต้านไฟป่า”

กิจกรรม “หนูน้อยรักษ์ป่า”

กิจกรรม “สืบชะตาป่าบ้านเกิด”

กิจกรรม “หมอต้นไม้

กิจกรรม “แปลงสาธิตวนเกษตร”

กิจกรรม“หญ้าแฝกจอมพลัง”

3. การมีส่วนร่วมกับชุมชนและหน่วยงานอื่น

การนำเสนอผลงานวิธีปฏิบัติที่ดี

แสดง
Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus
Share On Linkedin
Share On Youtube
Contact us
ซ่อน

istanbul evden eve nakliyat evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat evden eve nakliyat nakliyat istanbul evden eve evden eve istanbul evden eve nakliyat ofis tasima evden eve nakliyat nakliye evden eve evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat depolama