การพัฒนาและส่งเสริมการอ่าน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ สู่เด็กเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยใช้รูปแบบ READ Model

ชื่อผลงาน การพัฒนาและส่งเสริมการอ่าน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ สู่เด็กเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยใช้รูปแบบ READ Model
ด้านที่ ๒ การศึกษา
ชื่อ-สกุล ผู้เสนอผลงาน นางสาวจริยาภรณ์ รัตนประภา
โรงเรียน บ้านห้วยโก๋น สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒
โทรศัพท์/โทรสาร ๐๕๔-๖๙๓๕๔๓, ๐๘๕-๗๒๐๓๔๒๘ E-mail jariyaporn.jj@gmail.com

๑. บทคัดย่อ
ผลงานวิธีปฏิบัติที่ดี เรื่อง การพัฒนาและส่งเสริมการอ่าน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ สู่เด็กเยาวชนใน
ถิ่นทุรกันดาร โดยใช้รูปแบบ READ Model ของโรงเรียนบ้านห้วยโก๋น มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โดยใช้รูปแบบ READ Model เพื่อพัฒนาให้นักเรียนอ่านออก เขียนได้ และอ่านคล่อง เขียนคล่อง และเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้น ป.๖ ให้สูงขึ้น ตามเป้าหมายและตามจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ จำนวน ๙๙ คน โดยใช้รูปแบบ READ Model ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ทั้ง ๖ กิจกรรมเด่น ได้แก่ กิจกรรมหนูน้อยนักอ่าน กิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ กิจกรรมนานาภาษาน่ารู้ กิจกรรมพี่สอนน้อง กิจกรรมสะเก็ดข่าว และกิจกรรมห้องสมุดมัลติมีเดีย ซึ่งมีผลการดำเนินงานปรากฏ ดังนี้ นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านผ่านกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน ร้อยละ ๙๗.๙๓ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปลอดการอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ ร้อยละ ๑๐๐ และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ขึ้นไป อ่านออกระดับดีขึ้นไป ร้อยละ ๙๒.๕๙ และเขียนได้ระดับดีขึ้นไป ร้อยละ ๘๑.๔๘ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีผลการทดสอบระดับชาติ O-NET กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปีการศึกษา ๒๕๕๘ สูงกว่าปีการศึกษา ๒๕๕๗ ร้อยละ ๑๕.๑๐ และมีผลคะแนนเฉลี่ยระดับโรงเรียน(ร้อยละ๕๗.๕๐) สูงกว่าทุกระดับ ทั้งระดับเขตพื้นที่การศึกษา(ร้อยละ๕๓.๖๒) ระดับจังหวัด(ร้อยละ๕๒.๖๒) ระดับสังกัด (ร้อยละ๔๘.๓๙) และระดับประเทศ (ร้อยละ๔๙.๓๓)

๒. ความสำคัญของ “วิธีปฏิบัติที่ดี”
ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ ๔ ได้ดำเนินงานพัฒนาครอบคลุมพื้นที่ในถิ่นทุรกันดารที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่สูง ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้น้อมนำเอากิจกรรมตามโครงการในพระราชดำริ สู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามกระบวนการของโครงการในวัตถุประสงค์ที่ ๓ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการเรียนรู้ทางวิชาการ ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ มีความรู้ตามหลักสูตร เพื่อพัฒนายกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ช่วยเหลือนักเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพ พร้อมที่จะไปศึกษาต่อในระดับสูงต่อไปได้ ซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมผู้อื่น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันเป็นพระราชประสงค์สูงสุดของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น เป็นโรงเรียนที่อยู่บนพื้นที่สูงที่ทุรกันดาร ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ๑ ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จากสภาพปัญหาที่ผ่านมาพบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ส่วนใหญ่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และไม่มีนิสัยรักการอ่าน เนื่องจากนักเรียนขาดทักษะการอ่าน การเขียนภาษาไทย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จึงเป็นปัญหาในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำตามไปด้วย
ดังนั้น โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น จึงหาแนวทางในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ในภาพรวม
ของสถานศึกษา โดยคิดค้นหาวิธีการให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีนิสัยรักการอ่านทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน เพื่อให้มีความสามารถด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน และกระบวนการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนสูงขึ้น

๓. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
วัตถุประสงค์
๑) เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โดยใช้รูปแบบ READ Model
๒) เพื่อพัฒนาให้นักเรียนอ่านออก เขียนได้ และอ่านคล่อง เขียนคล่อง
๓) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้น ป.๖ ให้สูงขึ้น ตามเป้าหมายและตามจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เป้าหมายเชิงปริมาณ
นักเรียนปกติทุกคนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น จำนวน ๙๙ คน
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
นักเรียนอ่านออกเขียนได้ และมีนิสัยรักการอ่าน ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น ร้อยละ ๓ ตามเป้าหมายและตามจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๔. กระบวนการดำเนินงาน
๔.๑ กรอบแนวคิดของรูปแบบ READ Model

model

๔.๒ ขั้นตอนกระบวนการของรูปแบบ READ Model
กระบวนการ READ Model เป็นรูปแบบกระบวนการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน
โดยนำมาเชื่อมโยงให้มีความสอดคล้องเป็นวงจรเชิงระบบ ซึ่งประกอบด้วย ผู้อ่านหรือผู้เรียน (R) การศึกษา (E) ผลสำเร็จ (A) และการกำกับติดตามประเมินผล (D) โดยแต่ละขั้นตอนยังมีองค์ประกอบย่อยที่ทำให้การดำเนินการที่มีคุณภาพเชิงระบบและมีการกำกับ ติดตาม และนิเทศ โดยใช้วงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (P D C A) และการนิเทศแบบกัลยาณมิตร อีกทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายละเอียดของขั้นตอน ดังต่อไปนี้

ขั้นที่ ๑ R = Readership หมายถึง ผู้อ่านหรือผู้เรียน ซึ่งให้ความสำคัญกับนักเรียนทุกคน
มุ่งเน้นให้นักเรียนทุกคนอ่านออก เป็นผู้อ่านที่ดี และมีนิสัยรักการอ่าน คณะครู บุคลากรทางการศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง ประชุมปรึกษาหารือเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและสร้างความตระหนักให้กับบุคลากร
ในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
๑. วิเคราะห์สภาพของผู้เรียน โดยผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง ประชุมปรึกษาหารือเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา
๒. ครูคัดกรองและแบ่งผู้เรียนออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ อ่านคล่อง อ่านได้ และอ่านไม่ออก
โดยการประเมินเบื้องต้นจากเครื่องมือการอ่าน
๓. จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม
๔. ประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรมจากสังเกตพฤติกรรมและผลงานที่เกิดขึ้นว่ามีคุณภาพหรือไม่
หากยังไม่มีคุณภาพ อาจต้องให้นักเรียนปรับเปลี่ยนกิจกรรมอื่นๆให้เหมาะสมหรือกลับไปวิเคราะห์ของผู้เรียน เพื่อจะได้จัดกิจกรรมได้อย่างเหมาะสมกับผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ
ขั้นที่ ๒ E = Encourage หมายถึง การส่งเสริม การสนับสนุน และการให้กำลังใจ ซึ่งเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต้นสังกัด สถานศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อมุ่งส่งเสริม ให้กำลังใจ และร่วมพัฒนาความสามารถของนักเรียนในด้านการอ่าน และการเขียนภาษาไทย ซึ่งเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่และหลากหลายตามกิจกรรมที่จัดขึ้น โดยได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ดังนี้
๑. กิจกรรมหนูน้อยนักอ่าน เป็นกิจกรรมที่ฝึกนิสัยรักการอ่านและสรุปความรู้ที่ได้จากเรื่องที่อ่าน
โดยทำเป็นแผนภาพความคิด แผนภาพโครงเรื่อง หนังสือเล่มเล็ก หนังสือทำมือ ฯลฯ โดยมีเป้าหมาย คือ ผู้เรียนสามารถอ่านได้มากที่สุดจะได้รับรางวัลพิเศษ “ยอดนักอ่านประจำเดือน”
๒. กิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ เป็นกิจกรรมที่ฝึกการศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งเป็นการบริการนำหนังสือจากห้องสมุดไปไว้ตามแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในบริเวณโรงเรียน เพื่อให้สะดวกต่อการใช้บริการของนักเรียน แล้วนำมาสรุปเป็นใจความสำคัญด้วยภาษาของตนเอง
๓. กิจกรรมนานาภาษาน่ารู้ เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนได้ค้นหาและคัดเลือกคำศัพท์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และนำเสนอให้ผู้อื่นรับทราบ
๔. กิจกรรมพี่สอนน้อง เป็นกิจกรรมที่พี่สอนน้องอ่านหนังสือและอ่านนิทานให้น้องฟังในช่วงเวลาว่าง หลังเลิกเรียนทุกวัน
๕. กิจกรรมสะเก็ดข่าว เป็นกิจกรรมเสียงตามสายที่ฝึกการพูดจากการสรุปใจความสำคัญจากการอ่านข่าวหรือสถานการณ์ประจำวันที่สนใจ จากหนังสือพิมพ์ ฟังหรือดูข่าวจากวิทยุ หรือโทรทัศน์ และให้ทักษะในการพูดให้ผู้อื่นได้รับทราบ
๖. กิจกรรมห้องสมุดมัลติมีเดีย เป็นกิจกรรมการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างเหมาะสม เพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ในช่วงเวลาก่อนกิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติ พักกลางวัน และหลังเลิกเรียนทุกวัน และมีการบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกกิจกรรม
โดย ๖ กิจกรรมเด่น มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
๑. ประชุมครูเพื่อแต่งตั้งครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม
๒. ครูผู้รับผิดชอบประชุมวางแผนในการดำเนินการตามแผน
๓. ดำเนินการตามกิจกรรม
๔. นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินกิจกรรม โดยให้ผู้บริหาร คณะครู ผู้เรียน และผู้ปกครอง
มีส่วนร่วมในการประเมินความพึงพอใจในการปฏิบัติกิจกรรม และครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมสังเกตพฤติกรรมการ
เข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียน
๕. สรุปผลการดำเนินงานกิจกรรม และนำผลการประเมินมาปรับปรุงแก้ไขในการดำเนินกิจกรรมต่อไป
๖. รายงานผลการดำเนินกิจกรรม
ขั้นที่ ๓ A = Achievement หมายถึง ผลสำเร็จ ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่สามารถอ่านได้ในระดับดี
ทุกชั้นเรียน จากผลการทดสอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒ พบว่า นักเรียนของโรงเรียนบ้านห้วยโก๋น อ่านออก เขียนได้ ทุกระดับชั้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น ทั้งระดับชาติและระดับสถานศึกษา รวมทั้งยังได้รับรางวัลในระดับต่างๆ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
๑. นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ของ
ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ และมีผลงานที่มีคุณภาพ
๒. ครูผู้รับผิดชอบนำเครื่องมือประเมินการอ่านของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาประเมินผู้เรียน
๓. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น ทั้งระดับชาติและระดับสถานศึกษา รวมทั้งยังได้รับรางวัลในระดับต่างๆ
ขั้นที่ ๔ D = Direction หมายถึง การกำกับ ติดตาม และประเมินผล ซึ่งเป็นการประเมินผล
เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาให้ภาระงานที่ทีมงานดำเนินการอยู่มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยอาศัยหลักการและกระบวนการของระบบวงจรคุณภาพ P-D-C-A (Deming Circle) และกระบวนการนิเทศ (Supervision) โดยใช้หลักการการนิเทศแบบกัลยาณมิตรอย่างใกล้ชิดและสร้างเครือข่าย รวมทั้งมีการประเมินผลการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว สู่การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

๕. ผลการดำเนินงาน
จากกระบวนการดำเนินงานในการพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนบ้านห้วยโก๋น มีผลปรากฏดังนี้
๑. นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านผ่านกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน โดยประเมินจากสถิติการใช้ห้องสมุด
ร้อยละ ๙๘.๐๙ และร้อยละ ๙๘.๑๕ มีผลการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ร้อยละ ๙๗.๕๒ และร้อยละ๙๗.๙๓ และประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ระดับดีมาก ร้อยละ ๘๗.๕๘ และ ร้อยละ ๘๘.๓๓ ในปีการศึกษา ๒๕๕๗ – ๒๕๕๘ ตามลำดับ
๒. นักเรียนปกติระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปลอดการอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ ร้อยละ ๑๐๐ และนักเรียนปกติระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ขึ้นไป อ่านออกระดับดีขึ้นไป ร้อยละ ๙๒.๕๙ และเขียนได้ระดับดีขึ้นไป ร้อยละ ๘๑.๔๘ ในปีการศึกษา ๒๕๕๘ จากผลการประเมินนักเรียนระดับชั้น ป.๑-๖ อ่านออกเขียนได้ส่งผลให้ได้รับเกียรติบัตรประกาศยกย่องในที่ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ของ สพป.น่าน เขต ๒
๓. นักเรียนปกติระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีผลการทดสอบระดับชาติ O-NET กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ปีการศึกษา ๒๕๕๘ สูงกว่าปีการศึกษา ๒๕๕๗ ร้อยละ๑๕.๑๐ และมีผลคะแนนเฉลี่ยระดับโรงเรียน(ร้อยละ๕๗.๕๐) สูงกว่าระดับเขตพื้นที่การศึกษา(ร้อยละ๕๓.๖๒) ระดับจังหวัด(ร้อยละ๕๒.๖๒) ระดับสังกัด (ร้อยละ๔๘.๓๙) และระดับประเทศ (ร้อยละ๔๙.๓๓) ดังตารางแสดงผลดังกล่าว

%e0%b8%9b-6

๔. นักเรียนปกติระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีผลการทดสอบระดับชาติ O-NET คะแนนเฉลี่ยระดับ
โรงเรียน(ร้อยละ๔๕.๓๖) สูงกว่าระดับเขตพื้นที่การศึกษา(ร้อยละ๔๒.๘๐) ระดับจังหวัด(ร้อยละ๔๔.๐๔)
ระดับสังกัด (ร้อยละ๔๒.๘๙) และระดับประเทศ(ร้อยละ๔๒.๖๔)

%e0%b8%a1-3

๖. ประโยชน์ที่ได้รับและการเผยแพร่
๖.๑ ประโยชน์ที่ได้รับ
๑. นักเรียนปกติระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีความรู้ และทักษะที่จำเป็น
ในการเรียนรู้ ส่งผลให้มีผลการทดสอบระดับชาติ O-NET กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สูงขึ้น
๒. นักเรียนปกติทุกคน สามารถอ่านออก เขียนได้ และอ่านคล่อง เขียนคล่อง โดยครูผู้สอนใช้เทคนิคกระบวนการเรียนรู้อย่างหลากหลาย ทั้งในและนอกสถานศึกษา
๓. นักเรียนทุกระดับชั้นมีความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงขึ้น
๖.๒ การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/และความภาคภูมิใจ
๖.๒.๑ การเผยแพร่
โรงเรียนบ้านห้วยโก๋นได้เผยแพร่และขยายเครือข่ายการดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมการอ่านผ่านกระบวนการต่างๆ ดังนี้
๑. ได้ขยายเครือข่ายกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับโรงเรียนในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จนได้รับคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒ ให้เป็น “ศูนย์เครือข่ายโครงการนิสัยรักการอ่านและพัฒนาห้องสมุดโรงเรียนประจำอำเภอเฉลิมพระเกียรติ” ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน
๒. ได้เผยแพร่กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ในงานนิทรรศการและงานประชุมอบรมสัมมนาต่างๆ ทั้งในระดับเครือข่ายกลุ่มโรงเรียน ระดับอำเภอ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับจังหวัด ระดับภาค และประเทศ
๓. ได้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียน www.hks.ac.th เพจของโรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น สพป.น่าน ๒ และเว็ปไซต์ของ สพป.น่าน เขต ๒
ทั้งนี้ จึงได้รับการยอมรับ ชมเชย และให้กำลังใจจากผู้เข้าเยี่ยมชมจากเพื่อนครู ผู้บริหาร ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน สาธารณชน โรงเรียนในเขตพื้นที่และต่างเขตพื้นที่ หน่วยงานต้นสังกัด และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนส่งเสริมในการจัดกิจกรรมต่างๆจากนายวรภัทร ธนะวัง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยโก๋น นางสุภาพ รัตนประภา นางสดศรี สุทธการ และนางสาวสุพรรณิการ์ สุทธหลวง ศึกษานิเทศก์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและประจำเครือข่ายกลุ่มโรงเรียน สพป.น่าน เขต ๒ รวมทั้งคณะครู บุคลากร และผู้ปกครองที่มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนี้

๖.๒.๒ การได้รับการยอมรับ/และความภาคภูมิใจ
ผลงานจากการพัฒนาผู้เรียน
๑) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นอันดับที่ ๑
จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๕.๑๐ และมีผลคะแนนเฉลี่ยระดับโรงเรียนสูงกว่าระดับเขตพื้นที่และระดับประเทศ
๒) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕๕๗ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นอันดับที่ ๑ จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET)
๓) จัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้เทคนิคและกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งใน
ชั้นเรียนและสอนซ่อมเสริม ส่งผลให้ “นางสาวนฤพร พะยอม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓” ทำคะแนนสูงสุดได้คะแนนร้อยละ ๗๑.๙๐ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในการทดสอบระดับชาติ O-NET
๔) ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๗-๒๕๕๘
การแข่งขันกิจกรรมการประกวดหนังสือเล่มเล็ก ชั้น ม.๑-๓
๕) ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๗ การแข่งขันกิจกรรมการประกวดหนังสือเล่มเล็ก ชั้น ป.๔-๖
๖) ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๙ การแข่งขันกิจกรรมการเขียนเรียงความ และท่องอาขยาน
๗) ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๗ – ๒๕๕๘ การแข่งขันกิจกรรมการแข่งขันวันภาษาไทยแห่งชาติ
๖) นักเรียนได้รับรางวัล “นักเรียนรักการอ่าน” ระดับดีมาก ตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและพัฒนาห้องสมุดโรงเรียนตลอดปีการศึกษา
ผลงานจากการพัฒนานวัตกรรม
จากการที่ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผ่านมา พบว่า มีปัญหาของผู้เรียนหลายประการ เช่น
ขาดแคลนสื่อการเรียนรู้ นักเรียนไม่มีอยากเรียน ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงได้สร้างนวัตกรรม/สื่อการเรียนรู้ต่างๆ และพัฒนารูปแบบ READ Model ขึ้น เพื่อนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน ดังนี้
๑) ได้ผลิตสื่อประกอบการเรียนรู้จากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็น
การกระตุ้นความสนใจแก่ผู้เรียนเป็นอย่างดี
๒) ได้ผลิตสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและน่าสนใจ มาประกอบการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียน
เกิดการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้และฝึกปฏิบัติค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
ผลงานจากการพัฒนาโรงเรียน
๑) ผลงานวิชาการของโรงเรียนบ้านห้วยโก๋น ให้ได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับ ๓ ระดับประเทศ
เกี่ยวกับผลงานวิชาการ “แนวปฏิบัติที่ดี” ด้านการศึกษา ของโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปี พ.ศ.2558
2) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นครูวิชาการของกลุ่มเครือข่ายโรงเรียน รวมทั้งเป็นคณะกรรมการประสานงานระดับกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนห้วยโก๋น ของ สพป.น่าน เขต ๒ และโรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็น “ศูนย์อาเซียนศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษา”
3) โรงเรียนผ่านการประเมินและได้รับ “รางวัลส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและพัฒนาห้องสมุดดีเด่น อันดับที่ ๑” ระดับศูนย์เครือข่ายโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและพัฒนาห้องสมุดโรงเรียนประจำอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

๗. ปัจจัยความสำเร็จ
ข้าพเจ้าและครูผู้สอนมีความรู้ เทคนิคกระบวนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
อย่างหลากหลาย และดำเนินการตามขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้รับการพัฒนาตนเองและสนับสนุนส่งเสริมจากผู้บริหารโรงเรียน ศึกษานิเทศก์ และหน่วยงานต้นสังกัด ดังเช่นการอบรมสัมมนา การศึกษาดูงาน การเป็นวิทยากร และการเป็นคณะทำงานของหน่วยงานต้นสังกัด ทั้งของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๖ จนถึงปัจจุบัน จึงนำความรู้ เทคนิคการสอน และประสบการณ์ต่างๆที่ได้จากการพัฒนาตนเอง มาประยุกต์ใช้และ
บูรณาการในการจัดการเรียนรู้สู่ผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ จึงทำให้นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของ
การอ่าน การเขียนภาษาไทย และมีนิสัยรักการอ่าน จึงส่งผลให้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและ O-NET สูงขึ้น

๘. ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
นักเรียนมีพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน เพราะย้ายสถานศึกษาไปมาเพื่อติดตามผู้ปกครอง จึงส่งผลต่อการเรียนรู้ และยากต่อการปรับพื้นฐานความรู้ให้ใกล้เคียงกับเพื่อนร่วมชั้น โดยต้องให้เข้าร่วมกิจกรรมที่ง่ายไปหายากและวางแผนร่วมกับผู้ปกครองในการเรียนรู้ เพื่อให้ส่งผลการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพได้

๙. แนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง
การจัดกระบวนการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยอย่างหลากหลาย และดำเนินการตามขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กระบวนการ READ Model อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน จึงทำให้นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการอ่าน การเขียนภาษาไทย สามารถอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่อง
เขียนคล่องและมีนิสัยรักการอ่าน จึงส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น และ
ผลการทดสอบระดับชาติ O-NET สูงกว่าทุกระดับในปีการศึกษา ๒๕๕๘ และคาดว่าจะสูงขึ้นทุกปีการศึกษา

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b1

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b2

1479227329362

1479227360074

1479227384802

1479227485754

1479227517891

แสดง
Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus
Share On Linkedin
Share On Youtube
Contact us
ซ่อน

istanbul evden eve nakliyat evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat evden eve nakliyat nakliyat istanbul evden eve evden eve istanbul evden eve nakliyat ofis tasima evden eve nakliyat nakliye evden eve evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat depolama