การพัฒนาทักษะชีวิต สร้างเสริมอาชีพ สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน บนผืนดิน ถิ่นทุรกันดาร

ชื่อผลงาน การพัฒนาทักษะชีวิต สร้างเสริมอาชีพ สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน บนผืนดิน ถิ่นทุรกันดาร
ประเภทที่ 1 : โรงเรียนมีวิธีปฏิบัติที่ดีเป็นรายด้าน
ด้านที่ 1 โภชนาการและสุขภาพอนามัย
 ด้านที่ 2 การศึกษา
 ด้านที่ 3 การส่งเสริมอาชีพ
 ด้านที่ 4 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 ด้านที่ 5 การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

โรงเรียน บ้านห้วยโก๋น
อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัด น่าน
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา น่าน เขต 2
โทรศัพท์ : 054-693543,081-1801066
เว็บไซต์ : http://www.hks.ac.th E-mail : huaikonnan2@gmail.com

ชื่อ-สกุล ผู้เสนอผลงาน นางสาวอนงค์พรรณ รกไพร
โทรศัพท์มือถือ 097-9261398 E-mail anongpan2531@gmail.com

1. บทคัดย่อ
โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 ได้จัดแนวปฏิบัติที่ดี ด้านที่ 3 การส่งเสริมอาชีพ ด้านการเรียนรู้ตามความสนใจของผู้เรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังและพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะด้านอาชีพให้แก่นักเรียน และสามารถนำไปปรับประยุกต์สู่ชีวิตจริงได้,เพื่อฝึกทักษะการเรียนรู้ การอยู่ร่วมกัน การทำงานร่วมกัน การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการเรียนรู้อย่างเป็นวิถีชีวิต สามารถบูรณาการได้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้, เพื่อให้นักเรียนนำความรู้และกระบวนการเรียนรู้ที่ได้รับ ไปขยายผลลงสู่ชุมชนของนักเรียน ผลที่ได้รับจากกิจกรรมสามารถนำไปเป็นวิชาชีพในอนาคต สร้างรายได้แก่ครอบครัว และชุมชน
ผลการดำเนินงานตามกิจกรรมส่งผลให้นักเรียน ชุมชน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รู้จักทำงานโดยใช้หลักการมีส่วนร่วม ทำให้เกิดการเรียนรู้การทำงานเป็นทีม เรียนรู้เรื่องผู้นำ ผู้ตาม สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เป็นการฝึกความอดทน ความรับผิดชอบ เสียสละ และยังมีรายได้ระหว่างเรียน ได้รับรางวัลเหรียญทอง ระดับประเทศ จากการเข้าร่วมการแข่งขันทักษะกิจกรรมการแข่งขันทำอาหาร น้ำพริก ผักสด เครื่องเคียง ระดับชั้น ป.4-6 เนื่องในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 65 ปีการศึกษา 2558 ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับจังหวัด การประกวดกิจกรรมการบัญชี ระดับมัธยมศึกษาประจำปี พ.ศ. 2559

2. ความสำคัญของ “วิธีปฏิบัติที่ดี”
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวดที่ 4 แนวทางการจัดการศึกษา มาตราที่ 23 ได้กล่าวเกี่ยวกับ การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา โดยได้ให้ความสำคัญทั้งทางด้าน ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ,2546 หน้า 17)
กระทรวงศึกษาธิการได้ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ของเบนจามิน บลูม (Bloom et al, 1956) และคณะ ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียน ซึ่งได้จำแนกจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ออกเป็น 3 ด้าน คือ 1) ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) หรือสมองที่จะต้องฝึกให้เด็กรู้จักคิดตามหลักการการพัฒนาสมองของเด็กแต่ละช่วงวัย 2) ด้านเจตพิสัย (Affective Domain) หรือหัวใจ ที่จะต้องปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ความมีวินัย ความเป็นชาติไทย รักสถาบันพระมหากษัตริย์ รู้จักสิทธิและหน้าที่ ฝึกให้มีทัศนคติที่ถูกที่ควร 3) ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) หรือมือ ก็คือการฝึกให้มีทักษะ จากการปฏิบัติ สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการจะผลิตกำลังสายอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น ทำให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่อาจจะไปเรียนต่อสายอาชีวะ มีกระบวนการได้เรียนรู้ตัวเอง นอกจากนี้ทฤษฎีดังกล่าวยังสอดคล้องกับพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เกี่ยวกับองค์ 4 แห่งการจัดการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย พุทธิศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษาโดยมีรูปแบบ/วิธีการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมนอกห้องเรียน คือ การสร้างเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพ และทักษะชีวิต ซึ่งมีกลุ่มกิจกรรมตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียนตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกการทำงาน ทักษะทางอาชีพ และอยู่อย่างพอเพียง พัฒนาความสามารถด้านการใช้ทักษะชีวิต สร้างเสริมสมรรถนะทางกาย อาทิ กิจกรรมร้องได้ ร้องดี ชีวีมีสุข ร้อยลูกปัด คู่ Buddy พี่รหัส วันกีฬาครอบครัว เป็นต้น
โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน อยู่ติดชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เปิดทำการสอนในระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งที่อยู่ในโครงการพระราชดำริ กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้านวิชาการให้นักเรียนอย่างเต็มที่จนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ O-Net สูงอยู่ในระดับต้นๆของเขตพื้นที่การศึกษา แต่จากการจัดการเรียนการสอนก็พบสภาพปัญหาหลายประการ คือ นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ทักษะในการดำรงชีวิต มีฐานะยากจน ขาดแคลนอาหารที่จะบริโภค สินค้าด้านอุปโภคและบริโภคที่จำหน่ายในชุมชนมีราคาแพง ทางโรงเรียนจึงได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาจึงได้น้อมนำเอาหลักพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ควบคู่กับนโยบายของรัฐบาลในการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นำมาบูรณาการเข้ากับเนื้อหาวิชาที่สอนและจัดกิจกรรม กิจกรรมการบูรณาการทักษะชีวิตในด้านต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม ได้เรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริง สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ประกอบอาชีพในการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชนต่อไป

3. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
3.1 วัตถุประสงค์
3.1.1. เพื่อปลูกฝังและพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะด้านอาชีพให้แก่นักเรียน และสามารถนำไปปรับประยุกต์สู่ชีวิตจริงได้
3.2.1. เพื่อฝึกทักษะการเรียนรู้ การอยู่ร่วมกัน การทำงานร่วมกัน การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการเรียนรู้อย่างเป็นวิถีชีวิต สามารถบูรณาการได้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
3.2.3 เพื่อให้นักเรียนนำความรู้และกระบวนการเรียนรู้ที่ได้รับ ไปขยายผลลงสู่ชุมชนของนักเรียน
3.2 เป้าหมายของการดำเนินงาน
เชิงปริมาณ
– นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น
เชิงคุณภาพ
– นักเรียนมีทักษะทางด้านการประกอบอาชีพ การเกษตร การค้า การออม การทำบัญชีรายรับรายจ่าย มีความพอเพียงในการดำเนินชีวิตประจำวัน และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

4. กระบวนการดำเนินงาน
โรงเรียนมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมอาชีพ จึงได้นำแนวทางดังกล่าวมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยส่งเสริมให้นักเรียนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ มีทักษะในการทำงาน รู้จักสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ปกครองและชุมชนที่ต้องการให้โรงเรียนพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี มีปัญญาและมีความสุข ตามขั้นตอนที่แสดงไว้ใน Flow Chart ของการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน

1479226371373

4.1 ขั้นตอนการดําเนินการตาม Flow Chart
1. ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตร ศึกษาเนื้อหาจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 และหลักสูตรสถานศึกษาแล้วนำมาวิเคราะห์โครงสร้างหลักสูตร เพื่อบูรณาการเข้ากับเนื้อหาวิชาต่างๆ
2. วิเคราะห์ผู้เรียน โดยสำรวจความต้องการ ความถนัด ความสนใจ และความรู้พื้นฐานของผู้เรียน
3. ต้องให้ความช่วยเหลือ นักเรียนที่ขาดความรู้พื้นฐานต้องได้รับการช่วยเหลือโดยการปรับความรู้พื้นฐานจัดกลุ่มผู้เรียน
4. จัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพ จัดทำโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้เรียน
5. ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดกิจกรรมตามโครงการให้กับผู้เรียนอย่างเหมาะสม
6. ประเมินผลการเรียนรู้ ผ่าน ไม่ผ่าน ปรับปรุง
7. พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนสามารถนำความรู้
8. สรุป / รายงานผล
4.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม
4.2.1 ขั้นตอนการวางแผน/การเตรียมการ (Plan)
1. ประชุมชี้แจงวางแผนงานร่วมกับหัวหน้าฝ่ายงานทั้ง ๔ ฝ่าย เกี่ยวกับการดำเนินงานการจัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ
2. สำรวจความต้องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการส่งเสริมอาชีพ ของครู ผู้เรียน และผู้ปกครอง ชุมชน นำข้อมูลมาวิเคราะห์
3. จัดทำปฏิทินการปฏิบัติงาน ให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่บุคลากรของโรงเรียน จัดทำโครงการ/กิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ด้านอาชีพ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
4. ประชุมชี้แจงแจ้งคณะกรรมการสถานศึกษา เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ด้านการส่งเสริมอาชีพ
4.2.2 ขั้นดำเนินการ (Do)
1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง โดยมีครูผู้สอนคอยให้ความรู้และปรึกษาแนะนำ โดยการดำเนินการตาม Flow Chart ที่ได้วางแผนไว้
4.2.3 ขั้นตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนา (Check)
1. แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบผลการปฏิบัติงานของนักเรียน
2. ดูผลงานที่ปรากฏ และประเมินผล
4.2.4 ขั้นสรุปและรายงาน (Action)
1. สรุปอภิปรายปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนา
2. ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
3. สรุปและรายงานผลเป็นระยะ
4. นำผลงานการดำเนินงานเผยแพร่ให้กับโรงเรียน ชุมชน หน่วยงานและองค์กรต่างๆ
5. ผลการดำเนินงาน
คณะครูบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้มีทักษะความรู้ทางด้านการส่งเสริมอาชีพ จนประสบความสำเร็จที่เห็นเป็นประจักษ์ดังนี้
5.1 ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
– นักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทอง ระดับประเทศ และเกียรติบัตรจากการแข่งขันทักษะกิจกรรมการแข่งขันทำอาหาร น้ำพริก ผักสด เครื่องเคียง ระดับชั้น ป.4-6 เนื่องในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 65 ปีการศึกษา 2558
– นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับจังหวัด การประกวดกิจกรรมการบัญชี ระดับมัธยมศึกษาประจำปี พ.ศ. 2559
– นักเรียนได้รับ โล่รางวัลชนะเลิศประกวด กิจกรรมการบันทึกบัญชีระดับมัธยมศึกษา
ประจำปี พ.ศ. 2559
– นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพได้ในโอกาสต่อไป
5.2 ผลที่เกิดขึ้นกับครู
– ครูได้พัฒนาความรู้และทักษะการจัดการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ
– ครูมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนตามมาตรฐานและพัฒนาตนเองสู่ครูมืออาชีพ
5.3 ผลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน
– โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิชาชีพให้กับชุมชนมากขึ้น
– ทำให้โรงเรียนเป็นที่ยอมรับและศรัทธา ต่อผู้ปกครองและชุมชน
– โรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานทางภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านการส่งเสริมด้านอาชีพ เข้ามาให้การช่วยเหลือสนับสนุน
5.4 ผลที่เกิดขึ้นกับชุมชน
– ชุมชนมีความภาคภูมิใจ ให้ความศรัทธาต่อโรงเรียนและช่วยกันพัฒนาโรงเรียนเพิ่มขึ้น
– ชุมชนเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านการส่งเสริมอาชีพ เช่นการทอผ้าไทลื้อ การร่วมกิจกรรมของโรงเรียนโดยสามารถมีบทบาททางด้านการสอนการฝึกวิชาชีพให้ความรู้แก่ผู้เรียน

6. ประโยชน์ที่ได้รับและการเผยแพร่
6.1 ประโยชน์ที่ได้รับ
– เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นสถานศึกษาที่ส่งเสริมวิชาชีพให้กับเด็กและเยาวชน
– ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครอง สามารถนำความรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้
– นักเรียน
6.2 การเผยแพร่
– ขยายให้กับโรงเรียนเครือข่าย ครูผู้สนใจภายในสถานศึกษาใกล้เคียง นำสู่การปรับใช้ในสถานศึกษา
– เอกสารเผยแพร่ข้อมูล,แผ่นพับโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ,เอกสารข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน
– ประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์โรงเรียน เว็บไซต์เขตพื้นที่การศึกษา เฟสบุ๊ค
โรงเรียน กลุ่มไลน์โรงเรียน
7. ปัจจัยความสำเร็จ
ปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนบ้านห้วยโก๋นประสบความสำเร็จด้านจัดการจัดกิจกรรมการส่งเสริมอาชีพให้กับนักเรียน มาจาก 2 ปัจจัย ดังนี้
1. ปัจจัยภายนอก
– คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน หรือภาคีเครือข่ายต่างๆ ให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมการส่งเสริมอาชีพ
– ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน เอาใจใส่บุตรหลานเป็นอย่างดี
2. ปัจจัยภายใน
– ผู้บริหารโรงเรียนมีวิสัยทัศน์ มีภาวะความเป็นผู้นำ บริหารงานแบบกัลยาณมิตร รับฟังความคิดเห็น และให้โอกาสทางความคิดเท่าเทียมกัน ให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชา นิเทศติดตาม ให้คำปรึกษา แนะนำ เป็นอย่างดี และสร้างแรงจูงใจกระตุ้นบุคลากร มีส่วนร่วมในการทำงาน ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นสถานที่ วัสดุอุปกรณ์รวมไปถึงงบประมาณอย่างพอเพียงและเหมาะสม
– ครูมีเทคนิคความรู้ความสามารถ ความถนัดทางด้านวิชาชีพ มีการพัฒนาตนเอง แสวงหาความรู้ใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน
– นักเรียนมีระเบียบ วินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและโรงเรียน มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

8. ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอเสนอแนะ
1. สถานที่ในการจัดกิจกรรมไม่เอื้อต่อการจัดกิจกรรม เป็นพื้นที่ลาดชัน มีการพังทลายของหน้าดินทำให้ผลผลิตทางด้านการเกษตรเกิดความเสียหาย
2. วัตถุดิบที่นำมาใช้ในกิจกรรมการแปรรูปอาหารหายาก บางครั้งต้องรอช่วงฤดูการของวัตถุดิบ
9. แนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง
มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่กระบวนการกระจายสินค้าลงสู่ท้องตลาด เช่น ตลาดในชุมชน , ตลาดชายแดนไทย-ลาว
10. เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542.
กรุงเทพฯ : พริกหวานการพิมพ์, 2542.
. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. สำนักนายกรัฐมนตรี, 2553.

1479226411640

1479226437204

1479226461995

1479226526395

1479226543721

แสดง
Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus
Share On Linkedin
Share On Youtube
Contact us
ซ่อน

istanbul evden eve nakliyat evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat evden eve nakliyat nakliyat istanbul evden eve evden eve istanbul evden eve nakliyat ofis tasima evden eve nakliyat nakliye evden eve evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat depolama