“วิธีปฏิบัติดี” รักษ์อูหลู่ด้วยมือนักวิทยาศาสตร์น้อย

ประเภทที่ 1 วิธีปฏิบัติดีด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โรงเรียนบ้านโพซอ (ห้องเรียนบ้านอูหลู่ใต้) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต ๒
โทรศัพท์ 052 – 049252
ชื่อ – สกุล ผู้เสนอผลงาน : นายก่อเกียรติ สอนสอาด
โทรศัพท์มือถือ 087 – 9719953 E-mail : psschool@hotmail.com
บทคัดย่อ

โครงการรักษ์อูหลู่ด้วยมือนักวิทยาศาสตร์น้อยเป็นโครงการที่มีการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการทำกิจกรรมและโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๒ ระยะ คือ ระยะที่หนึ่งเป็นการจัดกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆ ลงมือปฏิบัติ ทั้งหมด ๑๐กิจกรรมตามกิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ได้แก่ การละลายของน้ำตาล ตัวทำละลาย น้ำ ทรายและน้ำมัน เนินน้ำ ไหลแรงหรือไหลค่อย กักน้ำได้ ภูเขาไฟระเบิด ลูกโป่งพองโต สถานีเติมลม เป็นต้น เพื่อฝึกการใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมทักษะการสังเกต การจำแนก และการวัด รวมทั้งให้เด็กๆเกิดการตั้งคำถามจากความสงสัยในสิ่งที่เรียนรู้ มีความกล้าแสดงออก อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีจิตอาสา และมีคุณธรรม-จริยธรรม ระยะที่สองเป็นการให้เด็กๆเลือกคำถามที่สนใจจากคำถามของตนเองในระยะแรก โดยเลือกคำถามที่เด็กๆสนใจที่สุดเพียงคำถามเดียวที่สามารถนำมาทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ เด็กๆร่วมกันออกแบบการทดลองโดยมีคุณครูคอยชี้แนะและให้คำปรึกษา แล้วดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ผลการดำเนินงานระยะที่ ๑ พบว่า
๑. เด็กชั้นอนุบาล ๒ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ รงเรียนบ้านโพซอ ห้องเรียนบ้านอูหลู่ เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ ๑๐๐ บรรลุเป้าหมายของโครงการฯ
๒. เด็กชั้นอนุบาล ๒ ร้อยละ ๗๙.๙ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ร้อยละ ๘๑.๓ เกิดการเรียนรู้ เกิดทักษะการสังเกต การจำแนก และการวัด ผ่านการลงมือทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตนเองอยู่ในระดับคุณภาพ ๓ ขึ้นไป บรรลุเป้าหมายของโครงการฯ
๓. เด็กชั้นอนุบาล ๒ ร้อยละ ๘๐ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ร้อยละ ๘๗.๕ สามารถใช้วัสดุอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างง่ายในการทดลองได้อย่างปลอดภัยอยู่ในระดับคุณภาพ ๓ ขึ้นไป บรรลุเป้าหมายของโครงการฯ
๔. เด็กชั้นอนุบาล ๒ ร้อยละ ๕๓.๓ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ร้อยละ ๕๖.๒ เกิดความสงสัยและตั้งคำถามจากสิ่งที่เรียนรู้อยู่ในระดับคุณภาพ ๓ ขึ้นไป ไม่บรรลุเป้าหมายของโครงการฯ
๕. เด็กที่เข้าร่วมโครงการฯร้อยละ ๑๐๐ มีความกล้าแสดงออก อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีจิตอาสา และมีคุณธรรม-จริยธรรม อยู่ในระดับคุณภาพ ๓ ขึ้นไป บรรลุเป้าหมายของโครงการฯ
๑. ความสำคัญของ “วิธีปฏิบัติดี”
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือราษฎรในถิ่นทุรกันดาร โดยการทรงงานของพระองค์เริ่มที่การพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร พระองค์ทรงมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยใช้การศึกษาเป็นหลักในการพัฒนา ดังนั้นการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามแนวพระราชดำริ จึงเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนอย่างสมดุลกันทั้งด้านพุทธิศึกษาคือ ความรอบรู้วิชาการที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการศึกษาเรียนรู้ต่อไป ด้านจริย-ศึกษาคือ การมีศีลธรรมจรรยาที่ดี มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม ด้านหัตถศึกษาคือ ความรู้และทักษะในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดีต่องาน และเห็นคุณค่าของการทำงาน และด้านพลศึกษา คือการมีสุขภาพแข็งแรง การกินอาหารที่ถูกต้องและการออกกำลังกายให้เหมาะสม รวมทั้งความสะอาดและสุขาภิบาลด้วย (รัตนพินิจ นิทิศการศึกษา, ๒๕๔๒)
พระราชดำริฯของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร แบ่งเป็น ๕ ด้าน ได้แก่ โภชนาการและสุขภาพอนามัย การศึกษาและการเรียนรู้ทางวิชาการ ทักษะอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น
งานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกงานหนึ่งที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญ ทั้งนี้เนื่องจากการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้นต้องพึ่งพาอาศัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัว ดังพระราชดำริฯของพระองค์ ว่า สิ่งแวดล้อมนี้สำคัญ ถ้าเราทำลายสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดหรือแหล่งที่เราพบพืชพันธุ์ ธรรมชาติเหล่านี้ ถ้าทำลายป่า ทำลายนํ้าหมดไป แล้วเราจะเอาอะไรกินกัน ในโรงเรียนที่ไปปฏิบัติการนั้นก็มีหลายคนที่ผู้ปกครอง หรือบิดา มารดา มีความจำเป็นต้องเผาป่า ต้องทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องคิดหาวิธีการที่จะช่วยกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งใจที่จะปลูกฝังให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาลักษณะนิสัยในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
โรงเรียนบ้านโพซอ เป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ได้น้อมนำพระราชดำริฯของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร ๕ ด้านนี้ มาปฏิบัติโดยตลอด และจากผลการทดสอบระดับชาติ(NT) พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ของโรงเรียนบ้านโพซอ ห้องเรียนบ้านอู่หลู่ ในปีการศึกษา ๒๕๕๘ มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ ดังนั้นโรงเรียนบ้านโพซอจึงเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ให้พร้อมที่จะเรียนรู้ในระดับชั้นที่สูงขึ้นไป รวมถึงปลูกฝังให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เห็นคุณค่า และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่ตนพึ่งพาอาศัยอยู่ไม่ให้ถูกทำลาย โดยการจัดทำโครงการรักษ์อูหลู่ด้วยมือนักวิทยาศาสตร์น้อย ซึ่งเป็นโครงการที่มีการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการทำกิจกรรมและโครงงานวิทยาศาสตร์
๒. วัตถุประสงค์ของโครงการ
๒.๑ เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ เกิดทักษะการสังเกต การจำแนก และการวัด ผ่านการลงมือทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตนเอง
๒.๒ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีทักษะการคิดแก้ปัญหา โดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะ
๒.๓ เพื่อส่งเสริมให้เด็กสามารถใช้วัสดุ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างง่ายในการทดลองได้อย่างปลอดภัย
๒.๔ เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดความสงสัยและตั้งคำถามจากสิ่งที่เรียนรู้
๒.๕ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความกล้าแสดงออก อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีจิตอาสา และมีคุณธรรม-จริยธรรม
๒.๖ เพื่อปลูกฝังให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๓. เป้าหมายของโครงการ
๓.๑ เป้าหมายเชิงปริมาณ
๓.๑.๑ นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ร้อยละ ๑๐๐ เข้าร่วมโครงการ
โรงเรียนบ้านโพซอ ห้องเรียนบ้านอูหลู่ จำนวน ๓๐ คน
หมายเหตุ – นักเรียนโรงเรียนบ้านโพซอ ห้องเรียนบ้านอูหลู่ ไม่มีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๓.๒ เป้าหมายเชิงคุณภาพ
๓.๒.๑ เด็กที่เข้าร่วมโครงการฯร้อยละ ๗๕ เกิดการเรียนรู้ เกิดทักษะการสังเกต การจำแนก และการวัด ผ่านการลงมือทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตนเอง

๔. กระบวนการดำเนินงาน
การดำเนินงานโครงการรักษ์อูหลู่ด้วยมือนักวิทยาศาสตร์น้อย แบ่งเป็น ๒ ระยะ ดังนี้
ระยะที่ ๑
การดำเนินงานระยะแรกเป็นการจัดกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆ ลงมือปฏิบัติ ทั้งหมด ๑๐กิจกรรมตามกิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ได้แก่
– การละลายของน้ำตาล
– ตัวทำละลาย
– น้ำ ทรายและน้ำมัน
– เนินน้ำ
– ไหลแรงหรือไหลค่อย
– กักน้ำได้
– ภูเขาไฟระเบิด
– ลูกโป่งพองโต
– สถานีเติมลม
เพื่อฝึกการใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมทักษะการสังเกต การจำแนก และการวัด รวมทั้งให้เด็กๆเกิดการตั้งคำถามจากความสงสัยในสิ่งที่เรียนรู้ มีความกล้าแสดงออก อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีจิตอาสา และมีคุณธรรม-จริยธรรม ซึ่งจะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ และข้อที่ ๕
ระยะที่ ๒
การดำเนินงานระยะที่สองเป็นการให้เด็กๆเลือกคำถามที่สนใจจากคำถามของตนเองในระยะแรก โดยเลือกคำถามที่เด็กๆสนใจที่สุดเพียงคำถามเดียวที่สามารถนำมาทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ เด็กๆร่วมกันออกแบบการทดลองโดยมีคุณครูคอยชี้แนะและให้คำปรึกษา แล้วดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้ง ๖ ข้อ
แผนการดำเนินงาน
กิจกรรม ระยะเวลาการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ
๑. จัดทำโครงการฯเพื่อขออนุมัติ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๙ นางสาวสมใจ ดำรงกิจมั่นคง
นางสาวบุณยวีร์ คงความดี
๒. จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๙ นางสาวสมใจ ดำรงกิจมั่นคง
นางสาวบุณยวีร์ คงความดี
๓. ประชุมร่วมกับคณะครูที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดรูปแบบของการจัดกิจกรรมและวางแผนการดำเนินงานโครงการนักวิทยาศาสตร์น้อย ๑๖ – ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ ผอ.ก่อเกียรติ สอนสอาด
๔. จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ ตามปฏิทินการดำเนินงานโครงการนักวิทยาศาสตร์น้อย ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๙ –
๑๗ กันยายน ๒๕๕๙ นางสาวสมใจ ดำรงกิจมั่นคง
นางสาวบุณยวีร์ คงความดี
๗. สรุปผลการดำเนินงานโครงการนักวิทยาศาสตร์น้อย ๑๙ – ๒๓ กันยายน ๒๕๕๙ นางสาวสมใจ ดำรงกิจมั่นคง
นางสาวบุณยวีร์ คงความดี

หมายเหตุ – การดำเนินงานระยะที่สองได้รับการระงับชั่วคราว เนื่องจากอุปสรรคในการเดินทางในช่วงฤดูฝน จึงส่งผลให้การดำเนินงานไม่เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการดำเนินกิจกรรมระยะที่สองต่อในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ นี้

5. ประโยชน์ที่ได้รับ
1. เด็กเกิดการเรียนรู้ มีทักษะการสังเกต การจำแนก และการวัด ผ่านการลงมือทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตนเอง
2. เด็กใช้วัสดุ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างง่ายในการทดลองได้อย่างปลอดภัย
3. เด็กมีความกล้าแสดงออก อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีจิตอาสา และมีคุณธรรม-จริยธรรม
4. เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
6. ปัจจัยความสำเร็จ
1. การสนับสนุนจากผู้อำนวยการโรงเรียน
2. ความร่วมมือและสามัคคีของคณะครูผู้รับผิดชอบโครงการและคณะครูผู้อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม
3. ความสนใจในกิจกรรมการทดลองของเด็กๆ

8. อุปสรรคและข้อเสนอแนะ
อุปสรรค
การเดินทาง ช่วงฤดูฝนทางไปห้องเรียนบ้านอูหลู่ใต้เป็นไปด้วยความลำบาก
9. แนวทางการพัฒนาต่อเนื่อง
ดำเนินกิจกรรมต่อไปในระยะที่สองจนสำเร็จ แล้วสานต่อความคิดของเด็กๆ โดยการให้เด็กๆได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากคำถามของเด็กๆ ต่อไปเรื่อยๆ

แสดง
Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus
Share On Linkedin
Share On Youtube
Contact us
ซ่อน

istanbul evden eve nakliyat istanbul evden eve nakliyat depolama istanbul evden eve nakliyat ofis taşıma evden eve diyarbakır halı yıkama depolama